Thorki

ใครหลงเข้ามาอ่าน มันต่อจากตรงนี้นะจ๊ะ http://concuben.exteen.com/20120621/thorki-after-after-shocks
 
แต่งจบแล้วค่ะ แต่ขอสารภาพ ขอโทษก่อนเลยว่ามันไม่ฮาอะ อันนี้ไม่ฮาเลยจริงๆ ขอโทษทุกท่านที่รอคอย ขอน้อมรับผิด แงงงงง เค้าตั้งใจเขียนนะป่าวไม่ตั้งใจ และฉากนั้นอะคุณโดรายากิ ก็ไม่มันส์ แอร๊ส์สงสารคนรออะ ขอโทษนะขอโทษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษาา
 
เดี๋ยวมาตอบนะคะ ไปอาบน้ำก่อน 
 
*********************************
 

เนื่องจากนโยบายเว็บ ไปอ่านตรงนี้กันค่ะ

http://archiveofourown.org/works/425578/chapters/1344318

(ครึ่งบนเหมือนตอนที่แล้วค่ะ แต่ให้มองลงไปที่ครึ่งล่าง)

edit @ 5 Jun 2013 17:34:49 by concuben

ภาคนี้มันจะไม่มีเลย ถ้าไม่มีคุณโดรายากิรีเควสท์ ขอโทษนะเค้าเพิ่งถึงบ้านอะ ที่ทำงานปิดบัญชีช้ามาก เดี๋ยวเที่ยงคืนเจอกันนะคะคุณโดรายากิ (น้องนัทใช่ป้ะ) เจอกันๆ รับรองไม่ผิดคำพูดแล้วนะค้า กลับบ้านมาเขียนได้ท่อนเดียว ท่อนที่ไม่ x อะค่ะ เอาเป็นว่ามีสองท่อนพรุ่งนี้มาต่ออีกท่อนก็แล้วกันเนอะ
 
 
 
ลิงค์นี้ไม่ได้ใช้แล้วค่ะ
 
เปลี่ยนเป็นอันนี้สารบัญ หาได้ทุกเรื่องเลย 
 
 
 
 
*********************
 
 
 

นี่เป็นครั้งแรกที่ ธอร์และโลกิได้ไปล่าสัตว์ด้วยกัน หลังจากโลกิต้องถูกขังในคุกเคลื่อนที่ที่ชื่อว่า “ธอร์” เอาจริงๆเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ ที่ไปล่าสัตว์ด้วยกันจริงๆจังๆ แบบที่โลกิเองก็สัญญาว่าจะปีนป่าย บุกป่าฝ่าดงซุ่มยิงสัตว์ไปพร้อมกับเขา เพราะตอนวัยรุ่น โลกิก็ไปกับเขาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ตอนเล็กก่อนที่เขาจะเริ่มติดโลกิ โลกิช่วง 2-8 ขวบ ถ้าเทียบกับมนุษย์ หละก็ติดเขาแจ ตอนนั้นเขารำคาญโลกิมาก ชอบเรียกร้องชอบฟ้องแม่ เล่นแรงก็ไม่ได้ เล่นเบาก็เบื่อ เขาหละอยากบอกมันทุกวันว่าแกไม่ใช่น้องฉันอย่าดีดดิ้นนักเลย แต่แม่ก็ห้ามไว้ทุกครั้ง ….ด้วยโลกิเล็กเกินไป เวทมนต์ยังไม่มี ตัวจิ๋วเดียว เล่นอะไรก็แพ้เด็กอื่น เพิ่งมาตัวไล่ๆกับธอร์ก็ช่วงปลายๆวัยเด็กนั่นแหละ จะดูไม่ออกเลยว่าใครพี่ใครน้อง…แต่ตอนตัวเล็กๆ แบ่งทีมแข่งอะไรกันทีไร ธอร์จะเนียนอยู่ทีมอื่นเสมอ

 

“เอ่อ ซิฟเป็นผู้หญิง พี่อยู่กับซิฟแล้วกันเพื่อความยุติธรรม”

 

“เอ่อ …วันนี้ทะเลาะกับแฟรนดั้ลอะ …พี่ขอไปอยู่ข้างเดียวกับโฮกันและกันนะ”

 

“วันนี้วันเกิด วอลสแต็กอะ พี่ขอไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์มันก่อนนะ วันเดียว น้า วันเดียววว นะ นะ นะ กินะนะนะนะ”

 

ทุกครั้งธอร์พูดว่านะ นะ นะ โลกิก็จะเม้มปาก เม้มเล็กลงทุกๆคำว่านะ น้ำตาคลอๆยืนจ้องกดดันบีบคั้นขอความเห็นใจ แต่ธอร์ก็ไม่เคยสนใจ หลังจากนั้นโลกิก็ค่อยๆรู้ว่าใครๆก็ไม่อยากเล่นด้วย และแย่ที่สุดคือธอร์ไม่ค่อยอยากเล่นด้วย โลกิ ณ วัยนั้นเข้ากลุ่มผู้หญิงก็โดนล้อ เข้ากลุ่มผู้ชายก็วิ่งไม่ทันใคร ร้องไห้คนก็ซ้ำเติม เลยคิดว่าไปเล่นคนเดียวดีกว่า บางทีก็เหงาจนต้องคุยกับน้ามือซ้ายกับน้ามือขวา….แต่ไม่วายต้องคุยแอบๆ เพราะมีครั้งนึงนางกำนัลเห็นเข้าเอาไปบอกแม่ ว่าองค์ชายเล็กใกล้บ้าแล้วเพคะ ….จนโลกิและหมอหลวงนับร้อยงานเข้า เขาต้องไปนั่งกลางท้องพระโรงให้หมอหลวงเรียงคิวจับเช็ก จนได้ข้อสรุปว่า องค์ชายเล็กไม่ได้บ้าแต่ไอคิวสูงมาก จนคนทั่วไปเริ่มเรียกว่าโลกิ ชาญศิลป์ โอดีนซัน ….หลังจากนั้นนอกจากมีมือซ้ายและมือขวา โลกิยังได้สีเทียนประมาณหมื่นกว่าเฉดกับกระดาษไม่อั้น เอามาให้วาดรูปเล่น มีเครื่องดนตรีมาประเคนมากมายเพื่อให้หัดเล่น และมีครูสอนเต้นรำสารพัดรูปแบบมายืนรอต่อคิวสอนทุกวัน

 

ช่วงนั้นแม้ธอร์ไม่ค่อยรักน้องเท่าไหร่ก็จริง แต่ก็เริ่มจะเอ็นดูแล้ว เพราะทุกเย็นหลังธอร์กลับมาจากเล่นกับเพื่อน เด็กอนุบาลโลกิจะเดินเอามือไพล่หลังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไร แต่ด้วยความที่ตัวโลกิเองตื่นเต้นจนเผลอทำตาโตๆปากเล็กๆ มันพิรุธเพราะพยายามเม้มปากไม่ให้ยิ้มมากเกินไป ไปยืนดักรอธอร์หน้าประตูบ้าน แรกๆธอร์ก็เหมือนพี่ชายขี้รำคาญทั่วไป คือไม่สนใจ แต่หลายวันเข้า เขาสังเกตว่า เด็กนี่ยืนรอจนกว่าเขาจะขอดูว่ามีอะไรอยู่ข้างหลังเสมอ ทุกครั้งแววตาจะเต้นๆ เหมือนลุ้นว่าเขาจะขอดูไหม หลังจากเขารู้ตัวว่าน้องรอการกลับมาของเขา เขาก็ใจอ่อนยวบ จริงๆไม่รู้เองหรอก แต่แม่นั่นแหละบอกว่า หนูธอร์ หนูรู้มั้ยว่าน้องคิดถึง น้องเหงามากนะ น้องรอลูกเพราะอยากเอารูปที่วาดมาอวดทุกๆวัน….

 

วันนั้นธอร์หน้าชา สงสารน้องจับใจ เด็กชายธอร์คิดว่า เออ ถ้าเราไม่มีใครเล่นด้วยจะเป็นไงนะ ….หลังจากนั้นเขาจึงขอดูรูปและชมว่าสวยทุกครั้ง โลกิดีใจมากทุกที และโลกิดีใจจนเขาละอายเพราะตอนแรกๆชมไปงั้นๆไมได้ตั้งใจดู จนเขาต้องตั้งใจดูมากขึ้นเพราะรู้สึกผิดกับโลกิมากๆที่ไม่จริงใจกับสิ่งที่โลกิทุ่มเท…และทุกครั้งไม่ต้องทายก็รู้ว่ามันวาดรูปเป็นรูปพ่อ บางครั้งเป็นรูปธอร์ น้อยครั้งมากที่จะเป็นรูปตัวเอง บ่อยที่สุดคือรูปพ่อโอดีน พาลูกน้อยไปเที่ยวกันสามคน ไม่ก็พ่อเคาะคทากึงๆ และมีประชาชนปรบมือ ตรงข้างพ่อเป็นธอร์ เขาขำเสมอที่นึกถึง เพราะมันจะเขียนเอฟเฟ็กท์เสียงเคาะคทา “ป๊อกๆ” ทั้งที่มันดังกึงๆ และเขียนคำว่า “แปะๆๆ” ไว้ตรงมุมข้าราชบริพารตบมือเสมอ … ตอนนั้นธอร์รู้สึกว่าโลกิอยากเป็นพ่อและรักพ่อมาก แต่ก็ไม่เคยอิจฉาเขาแม้แต่น้อย แถมยังวาดเขาอยู่ข้างๆบัลลังก์พ่ออีก...

 

พอทุกอย่างเข้าที่ในวัยเด็กเล็ก การอ่านหนังสือคนเดียวเลยเป็นกิจวัตรของโลกิ แน่นอนว่าอ่านเสร็จต้องวาดรูป แล้วม้วนๆเอาผ้าเส้นยาวๆเหมือนโบว์ผูกไว้ เพราะจะให้ธอร์ดูตอนเย็น ….นี่คือชีวิตกี๊คที่ชื่อโลกิ ….ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป

 

จนเข้าสู่วัยรุ่น พอเริ่มมีหนวดธอร์ก็เริ่มมาติดโลกิ …ตอนแรกโลกิก็รำคาญ ไม่ใช่ว่าต้องการแก้แค้น แต่รำคาญธอร์ชอบมาแกล้ง มาทำให้ตกใจมั่ง มาตีขาเพียะๆๆๆๆ เล่นมั่ง ตีเบาก็จริงแต่ไม่รู้จะตีทำไมทุกครั้งที่นั่งใกล้ๆ แต่ก็ค่อยๆสนิทกันและติดกันแจทั้งสองฝ่าย….ไม่รู้ทำไมเพิ่งมาตัวติดกัน ทำไรทำด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้สนุกพร้อมๆกัน บางทีธอร์ก็ไปรอเขาที่ห้องหนังสือ บางทีเขาก็ไปนั่งแกร่วเบื่อหน่ายตอนธอร์กำลังบ้าพลังพุ่งหอกไปแทงกวาง บางทีก็ประลองกับเพื่อนมวยมั่งคนดูเยอะแยะ ทำไมจะต้องมาบังคับโลกิไปดูก็ไม่รู้ ช่วงแรกๆที่ธอร์ต้องการเขา เขาชอบบ่ายเบี่ยงแล้วธอร์ก็ต้องใช้กำลังฉุด ลาก บางทีก็อุ้มเขาไปทั้งที่มือยังถือปากกาอยู่ พอถึงที่ก็กระชากปากกาทิ้งเหวี่ยงหวือไปไหนก็ไม่รู้ แล้วพูดว่า “ขอโทษนะ พี่จะหาให้ใหม่” ฟันดาบมั่งอะไรมั่ง ธนูมั่ง ทุกครั้งที่เขาเบื่อจะแอบเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่ต้องแอบให้ดีเพราะธอร์จะนอย แม้ว่านอยไม่นานแต่ก็นอยได้ล้างผลาญมาก มีครั้งนึงธอร์เดินปรี่เข้ามาหน้าตาหงิก โยนหนังสือเข้ากองไฟที่หมายจะย่างกวางที่เตรียมจะล่า แถมกระชากกระเป๋า ที่มีทั้งชุดเครื่องเขียนกับตำราโยนลงไปทั้งเซ็ท โลกิได้แต่ยืนตะลึง โยนเสร็จแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ทั้งกระฟัดกระเฟียด และไม่แม้กระทั่งหน้าหงิกอีกต่อไป ธอร์แค่ลากโลกิไปตรงพุ่มไม้แล้วจับให้นั่งลงหลังพุ่ม ตอนแรกโลกิก็ลงได้แต่ยักแย่ยักยันนั่งลงไปตามแรงกดบ่า โลกิที่ไม่มีอะไรจะทำแล้วก็ได้แต่มองธอร์ที่แอบอยู่ข้างๆ เล็งธนูแล้วก็ยิงกวาง

 

และนั่นแหละอาหารเย็น

 

มื้อเย็นวันนั้นแทนที่เขาจะงิ่ด กลับขำพฤติกรรมของธอร์ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เบื่อ ก็เบื่ออยู่ดีนั่นแหละ แต่มันดีตรงที่จบวันนั้นแล้วเขาจำเหตุการณ์นั้นไปจนวันตาย เขากล้าพูดคำว่าจนวันตาย เพราะณจุดที่ใกล้ความตายจริงๆ แทนที่เขาจะเกลียดธอร์จนสุดกำลัง จะได้ไม่ต้องหนักใจอีกต่อไป ดันมานึกถึงเรื่องนี้จนได้…ทั้งที่มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่ธอร์ทำอะไรเพื่อเขาสักหน่อย มันเป็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่นึกทีไรก็ยิ้มทำไมก็ไม่รู้

 

แต่วันนี้รู้แล้วเนอะ ใช่มะ โลกิ…โลกิยิ้มกับตัวเองที่นั่งอยู่ในพลับพลาเนรมิต ธอร์กำลังซ้อมง้างธนู เพราะอาวุธพวกนี้เซ็ทใหม่ทั้งหมด โดยวิศวกรรมเทพบุตร จอมเสกรูปธรรมแห่งแอสการ์ด แต่ก็ไม่รู้เสกอีท่าไหน ธอร์ทำท่าเหมือนงงกับอาวุธ จนต้องหันมาแสดงสัญญาณขอความช่วยเหลือ โลกิเลยต้องเดินลงมาจากพลับพลาจนได้ ไม่รู้จะถามหาอะไร ก็เขากับวิศวกรรมเทพบุตรมันคนละคนกันนี่หว่า ไอ้เสกอาวุธ เสกพลับพลา เสกสรรพโยธาการช่าง นี่มันไม่ใช่เรื่องของเขาแม้แต่น้อย….เอาจริงก็ทำได้นะแต่มันไม่สนุกอะ…

 

โลกิเดินมาถึงธอร์ แล้วรับธนูมาไว้ในมือ ธอร์ก็อยู่ใกล้ๆมองดูมือโลกิให้ถนัด โลกิทำท่าหยิบลูกศรแล้วง้างให้ดู ก่อนโลกิจะพูดว่า ก็อย่างงี้ไงพี่ แล้วคืนธนูแก่ธอร์ไป ธอร์กลับล็อกตัวโลกิ ในท่าซ้อนพอดีจากทางด้านหลัง มือนึงก็จับมือที่ง้าง มือนึงก็จับศอกที่จับลูกศร

 

“ยิงซิ ยิงให้พี่ดูหน่อย ว่าโลกิของพี่เรียนมาในห้องแล้วทำได้จริงๆ” ธอร์ยิ้มกริ่ม เขาชักหลอกโลกิได้บ่อยขึ้นๆ

“ทำไมต้องหลอกกันด้วย” โลกิได้แต่หันหน้าไปถามเพราะตัวโดนล็อก

“ไม่หลอกเราจะมาเหรอ” ธอร์ยังไม่เลิกยิ้มกริ่ม ทั้งที่ข้าราชบริพารก็ยืนตั้งแถวหน้าพลับพลากันเป็นหลายสิบนาย “เอาต้นสนคู่นั่นอะ เอาให้ลูกศรผ่านช่องว่างระหวางสองต้นนั้นไป”

 

โลกิแอบอ้าปาก ยากจะตาย ต้นสนคู่นั้นไกลไม่รู้กี่เมตรปกติเรียนในห้องเป้ามันใกล้กว่านี้เยอะ แถมไม่แคบด้วย แถมให้ยิงลอดช่องเล็กๆอีก “ไม่รับประกันนะพี่ธอร์” ธอร์ค่อยๆปล่อยมือจากโลกิ เขาถอยออกมาสองสามก้าว ให้โลกิง้างธนูถนัดขึ้น โลกิค่อยๆปล่อยลูกศรไป ลูกธนูผ่านช่องไปอย่างง่ายดาย แต่ไม่ไปในระนาบกลาง แต่สะบัดขึ้นบนเล็กน้อย

 

“เราอะ ยิงแม่นมากในระดับแนวนอนนะ ซึ่งพี่ถือว่ายิงแม่น เพราะถ้าพลาดในแนวตั้ง มันเพราะกะแรงไม่ค่อยถูก เลยสะบัด” ธอร์อธิบาย เพราะเขาสังเกตการยิงของโลกิมานาน แถมเอาเป้ากระดาษมานั่งดูตั้งหลายเป้า แต่โลกิอาจไม่สังเกตเห็นเพราะเขามองแค่ผ่านๆ

 

“แม่นแล้วใช่มั้ย แม่นแล้วก็ไม่ยิงแล้วนะ” แม่นสิ ไม่งั้นจะรับลูกศรฮ็อคอายได้ไงหละ นี่ถ้าไม่ระเบิดคามือหน้าแหกหละก็ หล่อตายเลยซีนนั้น….โลกิทำท่าจะเดินหนี แต่ธอร์ล็อกตัวไว้ทัน ซึ่งไม่ต้องใช้แรงเยอะก็อยู่เพราะอำนาจแหวน โลกิก็ไม่ยอมหรอก ดิ้นได้แค่ย็อกแย็กก็ยังจะดิ้น ธอร์เลยรวบตัวเอาไว้ จนข้าราชบริพารเขินกันเป็นแถว …ซึ่งบางแถวก็ขำ บางแถวก็แอบป้องปากหัวเราะ…

 

“ไม่เอา ไม่เอาแล้ว อยากนั่งเล่น วันนี้มาเที่ยวไม่ได้มาเรียนนี่นา” โลกิขอความเมตตาทั้งหน้ายิ้มๆ ในอ้อมแขนธอร์ ซึ่งไม่ได้กอดอะไรแน่นก็แค่ล็อกช่วงเอวไว้แต่หน้ามันเกือบชนกัน แต่นั่นก็ทำให้ข้าราชบริพารหลายนางแอบฟินลึกๆ บางรายก็เผลอขำจนถาดผลไม้สั่น องุ่นส้มบา